วิธีการทำกำไร โดยใช้เทคนิคอล สำหรับเทรดนั้นมีมากมายจริง ๆ แต่จะบอกว่าแบบไหนดีที่สุดคงตอบไม่ได้ เพราะในแต่ละแนวทางก็จะเหมาะสมกับเทรดเดอร์ที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านเวลา ความรู้ อัตราทดที่ใช้ และฐานทุน นอกจากนี้ สไตล์การเทรดมันก็มีหลากหลายแบบไม่ว่าจะเป็น Scalper, Swing Trader, Position Trader

ในบทความนี้จะนำเสนอการใช้เทคนิคอลในการเทรด ที่ได้รับความนิยม และเข้าใจไม่ยาก คัดมา 5 กลยุทธ์ ซึ่งขอให้นำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับรูปแบบการเทรดของท่านครับ

เทคนิคอล

1. Price Action

Price Action เป็นการวิเคราะห์พฤติกรรมราคาที่เกิดขึ้นในระดับแนวรับแนวต้านที่สำคัญ รวมไปถึงเส้นแนวโน้ม นับเป็นกลยุทธ์ที่พื้นฐานที่สุดแล้วในการเทรด เราสามารถหาจุดเข้า Long / Short และวางเป้าหมายกำไร จากการดูระดับแนวรับแนวต้านง่าย ๆ เช่น จุดสูงสุด หรือ ต่ำสุดก่อนหน้า เมื่อราคาเกิดการกลับตัว
กลยุทธ์หลัก ๆ ของ Price Action มีดังนี้
– เทรดตามน้ำในทิศทางที่ราคาเบรคออกจากแนวรับ/แนวต้าน ทำการ Long เมื่อทะลุแนวต้านและ เปิด Short ตอนที่หลุดแนวรับ
– เทรดสวนแนวโน้มที่ระดับแนวรับแนวต้าน ให้ Long เมื่อราคาลงมาที่แนวรับ Short ตอนราคาไปอยู่แถว ๆ แนวต้าน แต่อย่าลืมรอดูรูปแบบแท่งเทียนกลับตัวให้ดีเสียก่อน เช่น Hammer, Shooting Star, Bullish/Bearish Engulfing ฯลฯ

เทคนิคอล

2. Throw Back / Pull Back : ย่อตัว / ดีดกลับ

หากเราต้องการที่จะเทรด Break Out เมื่อราคาเบรคออกจากแนวรับ แนวต้าน เส้นแนวโน้ม หรือ ชาร์ตแพทเทิร์น ประมาณครึ่งต่อครึ่งราคามักจะกลับมาทดสอบระดับที่เพิ่งจะทะลุมา ย่อตัวจากการเบรคขึ้น ดีดกลับหลังจากเบรคลง แนวทางนี้เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่อยากจะเทรดไปตามแนวโน้มนั่นแหละ แต่ต้องการที่จะต่อราคา อยากได้ราคาที่ดีกว่า ความเสี่ยงที่สำคัญก็คือ ความเสี่ยงที่จะเสียโอกาส ถ้าหากเบรคไปแล้วไปไม่รอ คุณก็ตกรถได้

เทคนิคอล

3. Band Reversal

Band หรือแถบ มีหลาย ๆ ตัวที่โดดเด่นได้รับความนิยมในหมู่เทรดเดอร์ เช่น Bollinger bands มีกลยุทธ์หนึ่งที่ John Bollinger ผู้คิดค้นเจ้าแถบนี้ได้แนะนำไว้ก็คือ การเทรดแนว Trend Reversal เมื่อแท่งเทียนหลุดออกนอกแถบบนหรือล่าง เป็นโอกาสในการเทรดสวนกลับลงมาโดยคาดการณ์ว่าราคาจะกลับเข้ามาเทรดอยู่ในแถบอีกครั้ง โดยการกำหนดเป้าหมายกำไรเบื้องต้นอยู่ที่ SMA20 หรือ เส้นกลางของ Bollinger Bands นั่นเอง วิธีการเทรดนี้ค่อนข้างเหมาะกับการเทรดภายในวัน TF เล็ก ๆ เช่น 15 นาที

เทคนิคอล

4. Divergence

โดยตัวมันเอง ไม่ใช่สัญญาณซื้อ-ขาย แต่เป็นสิ่งบ่งบอกให้เราเตรียมพร้อม ว่าแนวโน้มมีความอ่อนแรงลง และมีโอกาสที่จะกลับตัว วิธีดูก็คือ

Positive/Bullish Divergence: ในแนวโน้มขาลง ราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ แต่ Indicator ประเภท Oscillator ที่แกว่งขึ้นลงในกรอบ เช่น RSI , Stochastic ทำจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นพร้อมกับพุ่งออกจากโซน Oversold

Negative/Bearish Divergence:ในทางตรงกันข้าม แนวโน้มขาขึ้นมีโอกาสที่จะชลอตัวเมื่อราคาทำจุดสูงสุดใหม่ แต่ Oscillator ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ลดลงและหลุดออกจากโซน Overbought

คุณควรใช้ Divergence ดูประกอบกับการเทรดในแนวทาง Price Action ในข้อ 1 เพื่อหาสัญญาณเข้า-ออกที่แม่นยำ

เทคนิคอล

5. Inside Bars Break Out

เมื่อช่วงราคา ( ราคาสูงสุด-ราคาต่ำสุด) ของแท่งเทียนถัดไปสั้นกว่าและอยู่ในช่วงราคาของแท่งเที่ยนก่อนหน้า เราจะเรียกแท่งแรกว่า Mother Bar และแท่งถัดไปคือ Inside Bar การเทรดวิธีนี้ก็ให้รอว่าเมื่อไหร่ที่แท่งเทียนใหม่ตั้งแต่ที่ 3 เป็นต้นไป ทำการเบรคออกและปิดนอกช่วงราคาของแท่ง Mother Bar ปิดเหนือทำการ Long ปิดตำ่ก็ให้ Short เป้าหมายราคาเป็นระยะสั้น ๆ กำหนดให้ชัดเจน 50-100 pip ถือว่าใช้ได้แล้ว

นักเทรดอาจจะไม่รอให้แท่งเบรคปิดก่อน โดยทำการเข้าทันทีที่ราคาทะลุ ขอให้ระวังกันหน่อยเพราะมีโอกาสเกิดการเบรคหลอกได้ ซึ่งจะทำให้เกิดสัญญาณอีกแบบหนึ่งที่เรียกว่า Fakey หรือ Hikkake 

ฟรี มินิคอร์ส นับเวฟเป็นเห็นกำไร

นับเวฟเป็นเห็นกำไรแน่ มาเรียนรู้วิธีการนับคลื่นอย่างถูกวิธีด้วย 8 บทเรียนฟรี ไม่ต้องมีพื้นฐานมาก่อน